อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมืองนครนายกจังหวัดนครนายก เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่18 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญานามว่าเป็น “อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน”

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ปกคลุม 2,168 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า และป่ารุ่นหรือป่าเหล่า ป่าดงดิบชื้น ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พืชพรรณมี 3,000 ชนิด,นกมี 250 ชนิดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 67 ชนิด ซึ่งได้แก่ ช้าง เสือ ชะนี กวาง และหมูป่า พบอยู่ตามทุ่งหญ้ากว้างทั่วๆ ไป


น้ำตกเหวสุวัต

เป็นน้ำตกอีกแห่งที่สวยงามของ  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเกิด  จากห้วยลำตะคองไหลตกผ่าน  หน้าผาสูงราว 25 เมตร และมีแอ่ง  น้ำทางด้านล่างเหมาะแก่การเล่น  น้ำเป็นอย่างมาก แต่ทางอุทยาน  แห่งชาติได้มีป้ายประกาศว่าห้าม  เล่นน้ำไว้เนื่องจากกลัวอันตรายว่า  จะมีน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน ใน  ฤดูฝนสายน้ำที่ตกลงมาจะเป็น  ละอองกระจายเต็มไปหมด ทำให้  รู้สึกสดชื่นเย็นสบาย แต่หากมาในฤดูน้ำน้อย จะสามารถเดินลัดเลาะเพื่อเข้าไปยังโพรงถ้ำเล็กๆ ใต้หน้าผาน้ำตกได้

บางคนกล่าวไว้ว่า ชื่อน้ำตกเหวสุวัตนี้ เกิดจากมีโจรชื่อสุวัต หนีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาจนมุมยังน้ำตกแห่งนี้ เลยตัดสินใจกระโดดลงมายังแอ่งน้ำเบื้องล่าง แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน เป็นเพียงเรื่องเล่าต่อๆ กันมาเท่านั้น

สำหรับห้วยลำตะคองนี้ หลังจากผ่านน้ำตกเหวสุวัตแล้ว ยังมีน้ำตกเหวไทรและน้ำตกเหวประทุนที่อยู่ลึกเข้าไปอีก แต่จะต้องเดินผ่านป่าลึกฝ่าดงทากเข้าไป ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วยเนื่องจากในป่าลึกนั้นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจพลัดหลงได้ง่าย


น้ำตกกรองแก้ว

น้ำตกกรองแก้ว เป็นน้ำตกเตี้ยๆที่  เกิดจากห้วยลำตะคอง ในฤดูฝนจะ  ดูสวยงามมากเหมาะสำหรับการ  เล่นน้ำ ใกล้บริเวณน้ำตกจะมี  สะพานแขวนข้ามลำห้วย 2 สะพาน  ห้วยลำตะคองเป็นแนวเขตแบ่ง 2    จังหวัด คือ จังหวัดนครนายก และ  จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกแห่งนี้อยู่  ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  ประมาณ 100 เมตร 


น้ำตกผากล้วยไม้

เกิดจากห้วยลำตะคอง การเดินทางมาจะต้องจอดรถที่ลานกางเต๊นท์ผากล้วยไม้แล้วเดินเท้าเลาะไปตามห้วยลำตะคอง ผ่านป่าดงดิบตลอดทาง หากโชคดีอาจพบนกบางชนิด เช่น นกกางเขนหลังเทา เมื่อเดินเข้ามาประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกผากล้วยไม้ มีป้ายเขียนเอาไว้ชัดเจน น้ำตกผากล้วยไม้นั้นลักษณะเป็นผาไม่สูงนัก ชื่อน้ำตกผากล้วยไม้นี้มาจากมีกล้วยไม้หลายชนิดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้หวายแดง ซึ่งจะออกดอกช่วงเดินเมษายน

ปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะนิยมชมน้ำตกบริเวณด้านนอกเท่านั้น แต่หากเดินเลาะไปตามโขดหินอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบน้ำตกชั้นใน ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน และหากเดินเลาะมาตามห้วยลำตะคองเรื่อยๆ ก็จะมาทะลุถึงน้ำตกเหวสุวัตได้

น้ำตกเหวนรก

เป็นน้ำตกที่เกิดจากคลองท่า  ด่านน้ำตกเหวนรกเป็นที่รู้จักกันดีว่า  เป็นน้ำตกที่มีความสูงและสวยงาม  มากแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ  เขาใหญ่ แต่เดิมก่อนที่จะมีการ  ตัดถนนสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่นั้น  จะต้องเดินเท้าเข้ามาโดยใช้เวลา  ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง แต่หลังจาก  ตัดถนนสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่  เสร็จแล้ว ถนนตัดผ่านใกล้น้ำตก  เหวนรกมาก โดยมีลานจอดรถห่างจากตัวน้ำตกเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ระหว่างทางสามารถเดินชมธรรมชาติอันสวยงามสองข้างทางได้ เมื่อถึงตัวน้ำตกจะมีบันไดลงไปอีกราว 50 เมตร ซึ่งค่อนข้างแคบและชัน แต่เมื่อลงไปถึงจุดชมวิวก็จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกได้อย่างสวยงาม หากไปในฤดูฝนมีน้ำมาก ละอองน้ำจะกระเซ็นต้องกับแสงอาทิตย์เป็นสายรุ้งอย่างงดงาม แต่หากมาชมในหน้าแล้งนั้นอาจต้องผิดหวังเพราะไม่มีน้ำ เห็นแต่เพียงหน้าผาแห้งๆ เท่านั้น

ในความเป็นจริงแล้ว น้ำตกเหวนรกนั้นมีอยู่ 2 ชั้น ที่ได้ชมนี้เป็นชั้นที่ 1 โดยมีความสูงของตัวน้ำตกประมาณ 50 เมตร ส่วนชั้นที่ 2 นั้นอยู่ห่างออกไป ซึ่งชั้นที่สองนี้มีความสูงมากกว่าชั้นแรกเสียอีก เพียงแต่ไม่มีทางเดินเพื่อไปชมน้ำตกชั้นที่สอง ภาพถ่ายน้ำตกเหวนรกที่มีภาพชั้นที่สองด้วยมีแต่ที่เป็นภาพถ่ายทางอากาศเท่านั้น

ระหว่างทางเดินมายังน้ำตกเหวนรกนี้ จะสังเกตเห็นแนวคันปูนเป็นระยะ สร้างขึ้นเพื่อป้องกันช้างพลัดตกไปยังน้ำตก เนื่องจากในปี 2535 มีช้างโขลงหนึ่งจำนวน 8 ตัวหลงเข้ามาและถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปตายหมด ทางอุทยานแห่งชาติจึงได้สร้างแนวป้องกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายแก่ช้างป่ามิให้เกิดขึ้นอีก


ผาเดียวดาย

อยู่บนยอดเขาเขียว สามารถขับ  รถยนต์เข้าไปถึงแต่ถนนไม่ค่อยดี  นักเนื่องจากมีหินถล่มบ่อยทำให้ผิว  ถนนเสียหายเป็นอย่างมาก    นอกจากนี้ถนนยังชันและเป็นโค้ง  หักศอกอีกด้วย เมื่อขึ้นไปเกือบถึง  ยอดเขาก็จะมีที่จอดรถให้บริเวณ  ใกล้กับผาเดียวดาย ซึ่งระหว่างทาง  จะเดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ  โดยเส้นทางนี้มีความอุดมสมบูรณ์  ของพืชพรรณต่างๆ มากมาย ที่น่า  สนใจ เช่น ช้องนางคลี หญ้าข้าวกล่ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไม้ใหญ่อื่นๆ ซึ่งมักถูกปกคลุมด้วยมอสเป็นสีเขียวแลดูสดชื่น และยังมีไม้หอมพวกกฤษณาอีกด้วย ใช้เวลาเดินผ่านป่าดิบชื้นนี้ประมาณ 15 นาที ก็จะถึงจุดชมวิวผาเดียวดาย แลเห็นเขาสมอปูนทางขวามือและทุ่งงูเหลือมอยู่ตรงกลาง

หากโชคดี เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดายนี้ อาจพบนกหายากบางชนิด เช่น นกเงือก นกปรอดดำ นกแซงแซวหางบ่วง เป็นต้น


ผาตรอมใจ

ตั้งอยู่เลยทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดายไปอีกเล็กน้อย คือเป็นทางเข้าของศูนย์เรดาร์ของกองทัพอากาศ บริเวณนี้จริงๆ แล้วเป็นเขตทหาร แต่ได้จัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้บริเวณจุดชมวิวผาตรอมใจ เมื่อมองออกไปจะแลเห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นเขตทหารและอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นอีกทั้งการเดินทางมาก็ค่อนข้างลำบากเพราะไกลและถนนไม่ดี มีคนมาน้อย บรรยากาศเงียบสงบจึงมีนกหลายชนิดให้ศึกษา บางวันจะมีช่างภาพพร้อมกล้องถ่ายรูปและเลนส์ขนาดใหญ่สำหรับถ่ายภาพนกมานั่งเงียบๆ คอยนกมาเกาะบนกิ่งไม้แล้วถ่ายภาพ

จริงๆ แล้วข้างในศูนย์เรดาร์ยังมีหน้าผาหินอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีวิวสวยไม่แพ้กัน แต่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม


ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ในวันที่  26  มกราคม ของทุกปีจะ มีการบวงสรวงระลึกถึงพระคุณท่าน  เพราะในวันดังกล่าวเป็นที่อัญเชิญท่านมาอยู่ที่ศาลใหม่นั้นเอง  ในการเดินทางไปยังอุทยานเขาใหญ่นั้น เมื่อนักท่องเที่ยวแล่นรถผ่านมาจากด่านตรวจยานพาหนะของอุทยานซึ่งอยู่กิโลเมตรที่ 23  ถนนธนะรัชต์จะผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่  หรือเจ้าพ่อปลัดจ่างซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ  นักท่องเที่ยวมักจะแวะมากราบไหว้อธิษฐานของโชคลาภ และขอให้เดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยซึ่งมักจะสมความปรารถนาอยู่เสมอ
“เจ้าพ่อปลัดจ่าง”  เป็นเจ้าพ่อที่ทรงอานุภาพใหญ่ที่สุดในบริเวณป่าเขาใหญ่  ถือว่าเป็นประมุขเจ้าพ่อองค์อื่น ๆ เจ้าพ่อปลัดจ่างเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไปเป็นเวลานานมาแล้ว  ความนิยมของชาวบ้านนั้นถือว่าถิ่นสถิตย์ของเจ้าพ่อปลัดจ่างมีอยู่ทั่วไปบริเวณป่าเขาใหญ่  มักจะบนบานต่อเจ้าพ่อองค์นี้ก็ให้ตั้งศาลขึ้น  ณ  ที่ซึ่งพิจารณาว่าเห็นสมควรแล้วเชิญท่านสิงสถิตย์ที่นั้น

หอดูสัตว์หนองผักชี

หอดูสัตว์หนองผักชี อยู่บริเวณหนองผักชี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่ารอบๆ หนองน้ำ เป็นทุ่งหญ้าคากว้างใหญ่ มีโป่งสัตว์ ปากทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 35 – 36 ถนนธนะรัชต์ เดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

หอดูสัตว์มอสิงโต

หอดูสัตว์มอสิงโต อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำมอสิงโต รอบๆ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าโล่งที่เหมาะสำหรับซุ่มดูสัตว์ป่าที่มากินดินโป่ง ซึ่งเป็นดินที่มีแร่ธาตุสำคัญของสัตว์กินพืช อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 500 เมตร

น้ำตกตาดตาภู่

น้ำตกตาดตาภู่ น้ำตกนี้อยู่ทางทิศตะวันตก  เฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เกิดจากห้วย  ระย้าเป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นโขดหินและลาดหิน  ที่มีน้ำไหลหลั่นเป็นทอดลาดเอียงไปข้างล่าง  ประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบพักค้าง  แรมในป่า ระยะทางประมาณ 10กิโลเมตร    ใกล้ๆ น้ำตกจะมีทุ่งหญ้าสลับกับป่าซึ่งเป็นแหล่งที่  อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด ที่  เห็นประจำ ได้แก่ เก้ง กวาง ช้างป่า กระทิง นกนานา  ชนิด เป็นต้น

 

 

น้ำตกเหวประทุน

น้ำตกเหวประทุน เป็นน้ำตกที่อยู่ในห้วยลำตะคองอีกแห่งเหมือนกัน อยู่ถัดจากน้ำตกเหวไทรประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ สามารถเดินทางจากน้ำตกเหวสุวัตไปก็ได้ หรือจะเดินจากบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ไปก็ได้ เดินตามเส้นทางเดินเท้าเส้นกองแก้ว-เหวสุวัต ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางสามารถพนร่องรอยของสัตว์ป่าได้ง่าย เช่น รอยหมูป่า ด่านช้าง น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผา กว้างและสูงสวยงามมาก


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s